World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


พฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายไต แม้ไม่ได้กินเค็ม

 

พฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายไต  แม้ไม่ได้กินเค็ม

 

ไต อวัยวะรูปเม็ดถั่ว ทำหน้าที่สำคัญในการขับของเสียออกจากร่างกาย รักษาสมดุลของน้ำและเกลือแร่ ทั้งยังผลิตฮอร์โมนหลายชนิด โดยจะทำงานควบคู่กับระบบอื่น ๆ ของร่างกาย ดังนั้น หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบร่างกายโดยรวม

และหากพูดถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ “ไต” หลายคนคงจะคิดว่าเกิดจากการที่ทานเค็มมากเกินไป แต่ในความจริงนั้น “โรคไต” สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุที่คุณอาจมองข้ามไปและทำร้ายไตไปโดยไม่รู้ตัว

 

 

ทานอาหารโซเดียมสูง เป็นที่ทราบกันดีว่าการทานอาหารเค็มทำให้เป็นโรคไต แต่ทราบหรือไม่ว่ารสชาติเค็มเกิดจากปริมาณโซเดียมที่สูง ซึ่งมักอยู่ในรูปโซเดียมคลอไรด์ สรุปได้ว่าการรับประทานเค็มแล้วทำให้ไตวายนั้นเกิดจากเกลือแร่ที่ชื่อว่า โซเดียม แต่ไม่ใช่อาหารทุกชนิดที่โซเดียวสูงจะมีรสเค็ม จึงทำให้เราบริโภคเข้าไปโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเสี่ยงเป็นโรคไต โดยโซเดียมสูงที่เรารับเข้าไปในแต่ละวันที่มีผลต่อไตนั้น ยังเพิ่มโอกาสที่จะเป็นโรคอื่นๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคเส้นเลือดสมองตีบ, โรคเส้นเลือดสมองแตก และอื่นๆอีกมากมาย จากข้อมูลที่กล่าวมาเราจึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงได้แก่

 

  • ลดหรืองดการใส่เครื่องปรุงรส เช่น เกลือ, น้ำปลา, ซีอิ้ว, ซอสต่างๆเช่น ซอสพริกซอสมะเขือ, กะปิ ปลาร้า, น้ำจิ้มต่างๆ
  • หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก, กุนเชียง, ลูกชิ้น, แฮม
  • หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง
  • อาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, โจ๊ก
  • ศึกษาฉลากกำกับอาหารเพื่อดูปริมาณของโซเดียมที่ระบุไว้เป็นประจำ

 

ดื่มน้ำน้อย ในภาวะปกติควรดื่นน้ำประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน การทานน้ำที่ไม่เพียงพอสังเกตได้จากการสีปัสสาวะที่เข้มขึ้น จะทำให้ร่างกายขาดน้ำและไตทำงานหนักขึ้น จึงเกิดภาวะไตวายได้ นอกจากนี้การทานน้ำน้อยยังเพิ่มโอกาสที่จะเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

 

น้ำหนักเกิน น้ำหนักตัวที่มากขึ้นทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้ไตเสื่อม

 

ซื้อยารับประทานเอง การซื้อยารับประทานเองทั้งยาแผนปัจจุบันและยาสมุนไพร ยาบางชนิดมีผลทำให้ไตวายได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนทานยาทุกครั้ง

 

สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยที่ทำให้ไตเสื่อมมากขึ้น

 

สุดท้ายควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดยที่ ยังไม่มีอาการ เนื่องจากโรคเหล่านี้ในภาวะเริ่มแรกจะไม่มีอาการที่ชัดเจน การที่เริ่มมีอาการบ่งชี้ว่าอาการมักรุนแรงหรือเป็นมาระยะเวลานานแล้ว ซึ่งการเป็นโรคเหล่านี้ทำให้เกิดไตเสื่อมได้ เช่น

 

  • ความดันโลหิตสูง
  • เบาหวาน

 

พฤติกรรมข้างต้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตเรื้อรัง ควรได้รับการแก้ไขปรับเปลี่ยนอย่างทันท่วงที ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลให้ไตวาย และต้องรักษาโดยการฟอกไต และหนักสุดคือถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว! ดังนั้น หากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาทันที

 

บทความโดย

นพ. ธาวิน ศรีนุต แพทย์ผู้ชำนาญการอายุรศาสตร์และโรคไต

ประจำศูนย์อายุรกรรมเฉพาะทาง และศูนย์ล้างไต

โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ถนนแจ้งวัฒนะ (WMC)

โทร 02 836 9999 ต่อ 3521-2