World Medical Hospital (WMC), Thailand

Language


ลำไส้รั่ว โรคที่ 'แอบแฝงในร่างกาย'

โรคลำไส้รั่ว คือ ภาวะที่ลำไส้ดูดซึมผิดปกติ เยื่อบุผนังลำไส้ (Microvilli) ทำงานผิดปกติ เนื่องด้วยในคนปกตินั้น เซลล์เยื่อบุผนังลำไส้จะเรียงตัวชิดติดกันเป็นระเบียบเพื่อทำหน้าที่คัดกรองและควบคุมสารพิษ หรือเชื้อโรคที่จะเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง แต่เมื่อเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้เกิดการอักเสบ เซลล์จึงไม่สามารถเรียงตัวชิด จึงทำให้สารพิษหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ สามารถผ่านเข้าสู่กระแสเลือดได้ ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว ก็เปรียบเหมือนสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย ร่างกายของเราก็จะปฏิเสธไม่ตอบรับกับสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ ด้วยการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานหนักขึ้นเพื่อมาต่อต้าน ผลที่ตามมาก็คืออาการอันไม่พึงประสงค์ เช่น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง แน่นท้อง อ่อนเพลียง่าย ปวดตามข้อและกระดูก ผื่นลมพิษ ภูมิแพ้ เป็นต้น

 

โดยอาการลำไส้รั่วจะเกิดขึ้นบริเวณ “tight junctions” หรือเซลล์ดูดซึมสารอาหารของลำไส้เล็ก ทำให้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ได้ ผลเสียที่ตามมา คือ ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้น้อยกว่าปกติ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ มีสารพิษ สารเคมี เชื้อโรคต่างๆ และสารอาหารที่ยังย่อยไม่สมบูรณ์จะสามารถเล็ดลอดผ่านเข้ามาในเซลล์ของร่างกายได้ทางช่องว่างระหว่างผนังเซลล์นั่นเอง  

 

 

อาการบ่งชี้ของลำไส้รั่ว

· ปวดท้องบ่อยๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้

· มีแก๊สในทางเดินอาหารมากผิดปกติ

· ย่อยอาหารบางชนิดไม่ได้ เช่น แป้ง น้ำตาลขัดขาว เมื่อทานเข้าไปจะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้อง

· มีอาการท้องเสียเรื้อรัง ท้องเสียไม่ว่าจะทานสิ่งใดเข้าไป ท้องเสียหรือท้องผูกมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์

· เหนื่อยง่าย และยังอ่อนเพลียแม้จะพักผ่อนอย่างเพียงพอ

· มือเท้าเย็น

·  น้ำหนักขึ้นง่ายผิดปกติ

· ปวดศีรษะหรือปวดตามข้อต่าง ๆ ของร่างกาย

· มีผื่นคัน และเกิดสิวเรื้อรังที่รักษาไม่หาย

 

สาเหตุของการเกิดโรคลำไส้รั่ว แม้จะไม่ทราบสาเหตุอย่างแน่ชัด แต่มีสมมติฐานว่าอาจเกิดจาก

· ความเครียด

· การพักผ่อนไม่เพียงพอ

· การรับประทานอาหารประเภทนมและน้ำตาลมากเกินไป

· การสูบบุหรี่

· การดื่มแอลกอฮอล์

· การทานยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวด แก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs

· เป็นโรคอื่น ๆ ด้วย เช่น โรคตับหรือโรคเบาหวาน

 

 

แนวทางการรักษา

· ทานวิตามิน กรดอะมิโน และทานจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์

· ปรับอาหาร งดแป้งและน้ำตาลขัดขาว หันมาทานข้าวไม่ขัดสีและน้ำตาลทรายแดงแทน

· ทานผัก ผลไม้มากขึ้น

· ดื่มน้ำให้เยอะ ๆ

· พักผ่อนให้เพียงพอ

· ลดความเครียด

· ลดการใช้ยาหากมีอาการเจ็บปวดเพียงเล็กน้อย

ภาวะลำไส้รั่ว อาจดูร้ายแรงและนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ ตามมา แต่เราสามารถป้องกันและรักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการกิน เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และงดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำลายสุขภาพของ อาการของโรคก็จะดีสขึ้นได้

 

บทความโดย

นพ.วชิรพงศ์ เอกไพบูลย์  แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ 

ศูนย์โรคทางเดินอาหารและเอ็นโดสโคป ชั้น  3 

โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ถนนแจ้งวัฒนะ (WMC)

โทร 02-836-9999 ต่อ 3821-2